บทที่ 12 วังทรัพย์เศวตวงษ์ (1)
ตั้งแต่วันที่รมณตอบตกลงแต่งงานกับหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรไป หญิงสาวก็เริ่มทำความรู้จักหม่อมหลวงหนุ่มในเรื่องต่าง ๆ มากขึ้น เพื่อทำความคุ้นเคยซึ่งกันและกัน ทุก ๆ เย็นเขาจะชวนเธอไปทานอาหารกระซับความสัมพันธ์ จากนั้นก็มีเดินเที่ยวกันต่อเพื่อศึกษาความชอบของแต่ละฝ่าย เมื่อเวลาเจอหน้าครอบครัวของแต่ละฝ่ายจะได้ไม่ดูเคอะเขิน สามารถตอบคำถามได้อย่างเป็นธรรมชาติ
และเวลานี้รมณก็เป็นฝ่ายที่ต้องได้ลงสนานจริงก่อน หากทุกอย่างเป็นไปอย่างรอบรื่นรายต่อไปก็คงเป็นหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรที่ต้องเผชิญหน้าครอบครัวของหญิงสาวบ้าง
วันนี้หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรตั้งใจโดดงานไปนั่งเฝ้ารมณตั้งแต่เช้าตรู่ รอหญิงสาวอาบน้ำแต่งตัวและรับตัวเธอมาพบครอบครัวของเขาที่วังทรัพย์เศวตวงษ์ “ถึงแล้วครับ”
รมณมองออกไปนอกรถยนต์ก็เจอเข้ากับวังอันใหญ่โตที่ชาตินี้เธอเคยแต่ขับรถผ่าน “ขามันสั่น”
“อย่าเกร็งไปเลยครับ อนาคตคุณจะต้องอยู่ที่นี่แล้ว”
เรื่องของอนาคตรมณไม่ได้คิดถึงเธอกลัวปัจจุบันที่ต้องเผชิญหน้ากับคนในครอบครัวของหม่อมหลวงหนุ่มมากกว่า “ที่จริงคุณน่าจะรอให้ผมฉันยาวกว่านี้ก่อนนะ”
“ไม่ต้องกลัวครับ ครอบครัวผมใจดีทุกคน”
“แล้วชุดนี้ฉันว่ามันไม่เหมาะ” ตอนแรกรมณใส่เดรสกระโปรงยาวเพื่อให้ดูเรียบร้อยอ่อนหวานแต่สุดท้ายมันก็ไม่เข้ากับทรงผมของเธอ ทำให้คนมองแล้วเหมือนผู้หญิงเปรี้ยวจี๊ดมากกว่าสาวหวาน ยิ่งว่าที่สามีในอนาคตเธอมาเห็นก็ถึงกลับส่ายหน้าออกคำสั่งให้เธอกลับไปเปลี่ยนชุดปกติเหมือนทุกวันที่เคยใส่
“คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองครับ”
“เชิญครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรหงายมือไปตรงหน้ารมณให้หญิงสาวจับ “หายใจเข้าลึก ๆ ครับ”
“มาแล้วค่ะ” หม่อมหลวงโกลัญญาพี่สาวคนที่ห้าของหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรที่อาสาออกมายืนเฝ้าหน้าประตูรีบวิ่งกลับเข้าห้องรับแขกเมื่อเห็นรถยนต์ของน้องชายวิ่งเข้าจอดที่โรงจอดรถของที่วัง
“คุณน้อยสำรวมหน่อยค่ะ” หม่อมหลวงพรรณรินทร์พี่ใหญ่ของบ้านเอ่ยปามน้องสาวที่ทำตัวไม่เหมาะสม ทั้ง ๆ ที่มีผู้อาวุโสกว่านั่งอยู่ในห้องมากมาย
“ผมเป็นเด็กดีครับ” เห็นมารดาทำหน้าดุน้องภูมิลูกชายวัย 3 ขวบของหม่อมหลวงพรรณรินทร์ก็รีบออกตัว กะพริบตาปริบ ๆ แสดงความน่ารักของตัวเอง
เพราะวันนี้เป็นวันประชุมครอบครัว หม่อมปรียาวดีเรียกลูกหลานทั้งหมดรวมตัว ไม่เว้นแม้แต่หลานเขยและเหลนตัวน้อย
ส่วนหม่อมหลวงโกลัญญาเมื่อรู้ว่าตัวเองเสียกิริยารีบสงบสติของตัวเองยืนตัวตรงสงบเสงี่ยมเรียบร้อยรักษากิริยาผู้ดีมีชาติตระกูล ก่อนเอ่ยเสียงอ่อย “ก็น้อยตื่นเต้นนี่คะ”
“นั่งลงได้แล้ว” หม่อมปรียาวดีนั่งบนตำแหน่งประธานของห้องรับแขกปรายตามองหลานเขยและหลานสาวทั้งหลาย “ทุกคนก็ด้วยผ่อนคลายซะ”
“ค่ะ/ค่ะ” หม่อมหลวงสาวทั้ง 5 รีบผสานเสียงตอบรับอย่างสงบเสงี่ยม
“ครับ/ครับ” เสียงหลานเขยทั้งสองคนขานรับอย่างนอบน้อม ทำให้หม่อมปรียาวดีเบาใจ อย่างน้อยก็มีหลานเขยที่ได้ความ ท่านมีหลานสาวตั้ง 5 คน มีแค่หลานสาวคนโตและคนกลางที่แต่งงานมีครอบครัว หลานคนโตก็มีเหลนชาย ส่วนหลานคนกลางมีเหลนลูกสาว
“อุ๊บ/อุ๊บ” เหลนชายหญิงรีบยกมืออุดปากตัวเอง
“หล่อนก็ด้วย” หม่อมปรียาวดีหันไปมองลูกสะใภ้ที่นั่งนิ่งเชิดหน้าเตรียมพร้อมเป็นว่าที่แม่ผัวตัวร้าย “ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น ปกติเป็นอย่างไรก็ทำตัวอย่างนั้นซะ”
“ค่ะ” คุณเยาวเรศฉีกยิ้มเล็กน้อย ผ่อนคลายใบหน้าที่เคร่งตรึงของตัวเอง
เมื่อทุกคนที่ห้องรับแขกผ่อนคลายขึ้น แขกที่ทุกคนตั้งตารอก็เดินจูงมือหญิงสาวที่หน้าตาสวยเก๋แต่งตัวเหมือนสาวมั่นที่คนมองสามารถรับรู้ว่าเป็นหญิงแกร่งทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้
“สวัสดีครับหม่อมย่า” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรยกมือสวัสดีทักทายหม่อมปรียาวดี จากนั้นก็หันไปแนะนำให้คนข้างตัวรู้จัก “ท่านนี้คือหม่อมย่าของผมเองครับ”
“สวัสดีค่ะ”
“ส่วนท่านนั้นคุณแม่ผมเองครับ” จากนั้นหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรก็เริ่มแนะนำพี่สาวแต่ละคน ส่วนรมณก็ทำได้แค่ยกมือไหว้ทักทายตามมารยาทผู้ดีที่เรียนแต่สมัยมัธยม
“ทุกคนครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรยืดตัวตรงถึงเวลาแล้วที่เขาจะแนะนำคนข้างตัวอย่างเป็นทางการ “คนนี้คือยินดี คนรักของผมครับ”
“……” พี่เขยทั้งสองมองหญิงสาวของน้องชายภรรยานิ่ง ๆ ก่อนจะยิ้มต้อนรับว่าที่สมาชิกใหม่ของวังทรัพย์เศวตวงษ์
“!!!” หม่อมหลวงสาวทั้ง 5 พวกเธอมองพิจารณาอย่างลุ่มลึก พวกเธอเริ่มเชื่อแล้วล่ะว่าน้องชายคงต้องเป็นเกย์อย่างข่าวลืมว่าไว้ เพราะหญิงสาวคนรักของน้องชายหากผมสั้นอีกนิดพวกเธอก็คงมองไม่ออกแน่ว่าเป็นสตรี
“!!!” หม่อมปรียาวดีนิ่งไปพักใหญ่กว่าจะทำใจฉีกยิ้มกว้างสำหรับรสนิยมความชอบของหลานชาย ท่านต้องรักษาคำพูด ท่านเคยบอกว่าขอหลานสะใภ้ที่เป็นสตรีแค่นั้นก็พอ “ดีๆ”
“……” คุณหญิงเยาวเรศเป็นเพียงคนเดียวที่สงบใจที่สุดท่านไม่แสดงสีหน้าและท่าทางอะไรออกมาเลยเอาแต่นิ่งเงียบมองพิจารณาว่าที่ลูกสะใภ้ของท่าน เมื่อพิจารณาจนถี่ถ้วนท่านถึงหันหน้าไปกล่าวกับลูกชาย
“มาเหนื่อยๆ เชิญน้องนั่งเถอะลูก”
“ขอบคุณค่ะ”
“มานั่งกับย่าดีกว่านะ” หม่อมปรียาวดีขยับเว้นว่างที่นั่งเพื่อต้องรับว่าที่หลานสะใภ้ของท่าน
“.....” รมณยังไม่ขยับเดินเข้าไปนั่งหญิงสาวมองหน้าสามีในอนาคตเพื่อขอความคิดเห็น
หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรยิ้มหวานพร้อมกระซิบข้างหูรมณเบา ๆ “ไปเถอะครับหม่อมย่าผมใจดีท่านไม่กินคุณหรอก”
“ค่ะ” รมณจำใจต้องก้าวเข้าไปนั่งตรงที่ว่างข้างหม่อมปรียาวดี แม้ใจจะแอบค่อนขอดหม่อมหลวงหนุ่มอยู่ก็ตาม
หม่อมปรียาวดียิ้มหวานต้อนรับหลานสะใภ้ของท่านด้วยใจที่มีความสุข แต่ท่านก็ไม่ลืมจุดประสงค์ของการต้อนรมณในวันนี้ท่านส่งสายตาให้ลูกสะใภ้และหลานสาวทั้ง 5 เริ่มปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนได้ ณ บัดนี้
